top of page

Wine For Beginer ( THAI.Ver)


ไวน์เป็นหนึ่งในเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่คุณพบเห็นได้ในร้านอาหาร งานเลี้ยง หรืองานสังคมต่างๆ

และยังนับเป็นวัฒนธรรมของชาวตะวันตกอีกด้วย ไวน์ชั้นดีช่วยเติมเต็มมื้ออาหารของคุณและนำความสุขให้ อีกทั้งการดื่มไวน์วันละนิดส่งผลดีแก่ร่างกาย ไม่ว่าจะลดริ้วรอยก่อนไวน์ ลดความเสี่ยงจากโรคต่างๆ เช่น เบาหวาน มะเร็ง และความจำเสื่อม อีกด้วย

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับไวน์คร่าวๆกันดีกว่า


ไวน์มีอยู่ห้าประเภทหลักๆได้แก่ ไวน์แดง (Red Wine), ไวน์ขาว (White Wine), ไวน์โรเซ่ (Rose Wine) ไวน์หวาน (Desert Wine), ไวน์ฟอง หรือ สปาร์คกลิ้ง ไวน์ (Sparkling Wine)


ไวน์แดง (Red Wine)




ไวน์แดงจะมีแทนนิน (Tannin) เป็นพื้นฐาน และแทนนินก็คือ สิ่งที่ให้รส ฝาด/ เฝื่อน ที่เกิดจากเปลือกและเมล็ดขององุ่นในขั้นตอนการหมักไวน์ ยิ่งไวน์มีสีเข้มเท่าไหร่ แทนนินก็จะยิ่งสูงขึ้น นักชิมไวน์มักจะอธิบายรสชาติของไวน์แดงว่า Firm (แน่น) หรือ Leathery (หนัก) และบางครั้งไวน์แดง ก็ยังสามารถนิยามได้ว่ามีรส Smooth (เรียบๆ) Soft (นุ่ม) Rough (สาก ) Chewy(หนุบๆ) และเราสามารถแบ่งประเภทของไวน์แดงตามปริมาณความเข้มข้นของแทนนิน ได้แก่ Light Body Wine, Medium Body Wine, Full Body Wine

ไวน์แดงที่เป็นที่นิยมก็จะเป็น Cabernet Sauvignon (คาเบอร์เน โซวิญอง), Zinfandel (ซิงฟานเดล) Merlot (แมร์โล) Pinot Noir (ปิโนต์ นัวร์) Cabernet Franc (คาเบอร์เน ฟรองค์), Malbec (มาลแบค) ,Barbera (บาร์เบอร่า), Sangiovese (ซานโจเวเซ่)


ไวน์ขาว (White Wine)


ไวน์ขาวเองก็มีแทนนิน แต่ก็ไม่มาก จะมีความเป็นกรด ( Acidity) เป็นพื้นฐาน ดังนั้นเราจะอธิบายรสชาติของไวน์ขาวได้ว่า Crisp( สดชื่น ) หรือ Tart(เปรี้ยว) และถ้าหาก ไม่มีกรดที่มากพอ อาจจะเรียกว่า Flabby (หนักลิ้น;; ขาดสมดุลย์ในรสชาติ) หรือ Flat (เรียบ)

ไวน์ขาวที่เป็นที่รู้จัก ได้แก่ Chardonnay (ชาร์ดอนเน่), Riesling (รีสลิ้ง), Sauvignon Blanc (โซวิญอง บล็องค์), Pinot Grigio (ปิโนต์ กรีโจ่) Gewürztraminer (เกวัรวซ์ทรามิเนอร์)



ไวน์ โรเซ่ (Rosé Wine)



ไวน์โรเซ่ จะมีสีชมพู อันเนื่องมาจากการบ่มเปลืองขององุ่นแดงด้วย แต่ไม่นานเท่ากับไวน์แดง หรือก็คือลูกผสมของไวน์ขาวและไวน์แดง แต่จะค่อนไปทางไวน์ขาวมากกว่า ทั้งยังมีแทนนินน้อยกว่าไวน์แดงด้วย



ไวน์หวาน (Dessert Wine)



แน่นอนว่า ถูกเรียกว่าไวน์หวานเพราะ มันมีความหวานนั่นเอง มักดื่มหลังอาหาร หรือเสิร์ฟ คู่กับของหวาน แต่สำหรับบางประเทศ เช่น อังกฤษ จะนิยม เสิร์ฟ ไวน์ขาวหวาน ก่อนมื้ออาหารเพื่อเรียกน้ำย่อย แล้วตบท้ายด้วยไวน์แดงหวานเพื่อล้างปาก



ไวน์หวาน ที่นิยมดื่มกัน ก็จะมี Port (พอร์ท ) Madeira (มาเดระ), Vermouth(เฟอร์มุต) ,และ Sherry (เชอรรี่)



ไวน์ฟอง (Sparkling Wine )



เป็นไวน์ที่มีฟองอากาศเยอะ ที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติไม่ว่าจะเกิดระหว่างหรือถูกเติมหลังขั้นตอนตอนการหมักก็ดี และเมื่อเราอ่านฉลากเราก็จะพบเห็นการระบุระดับความหวาน ( Sweetness) และความแห้ง (Dryness) อีกด้วย

จะขอเรียงลำดับ ไวน์สปาร์คกลิ้ง จากรสแห้งที่ไร้ความหวานไปจนถึงหวานที่สุด : Brut Nature, Extra Brut, Brut, /Extra Dry/Extra Sec/ Sec/ Demi-Sec/ Doux

นอกจากนี้ สปาร์คกลิ้งไวน์ยังสามารถแยกย่อยออกมาตามพื้นทีเพาะปลูก (Region) “คาวา (Cava) จากสเปน (Spain)”, “อาสติ (Asti) หรือ โปรเซคโก้ (Prosecco) จากอิตาลี (Italy)” รวมถึง “แชมเปญ (Champagne) จากแคว้นชองปาญ ประเทศฝรั่งเศส (France)” ที่พวกเรามักเข้าใจผิดว่าเป็นชื่อเรียกของสปาร์คกลิ้งไวน์ เป็นต้น



นี่ก็เป็นข้อมูลเพียงเล็กน้อยสำหรับมือใหม่หัดดื่ม ที่อาจจะช่วยให้รู้จักกับไวน์มากขึ้นบ้าง แอดมินก็หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์สำหรับท่านผู้อ่านที่แวะเข้ามา และหากมีข้อผิดพลาดประการใด ก็ต้องขออภัยทุกๆท่านมา ณ ที่นี้ด้วยนะ แนะนำติชมกันได้นะคะ แล้วมาเจอกันใหม่นะคะ

อ้างอิง :: https://www.lucariscrystal.com/th/5-basic-types-of-wine

https://www.primermagazine.com/2019/learn/different-wine-types





1 view0 comments

Recent Posts

See All

Comments


bottom of page